ทำงานที่ญี่ปุ่นไม่ต้องกลัวสะดุด! พาส่อง 4 ตู้ทำงานส่วนตัว (Work Booth) ตามสถานีรถไฟสำหรับ Digital Nomad
เทรนด์การทำงานยุคใหม่สไตล์ “Digital Nomad” ทำให้เราไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่แค่ในออฟฟิศ จะย้ายที่ทำงานไปตามเวลาหรือแพสชันก็ทำได้อย่างอิสระ! แต่ปัญหาคือเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเกิดเหตุ “ต้องประชุมออนไลน์ด่วน!” จะหาที่เงียบๆ ตรงไหนดี?
ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะที่ญี่ปุ่นมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เรียกว่า “ตู้ทำงานส่วนตัว” (Work Booth) หรือที่ชาวเน็ตญี่ปุ่นชอบแซวกันขำๆ ว่าเป็น “กล่องทาสบริษัท” ตั้งอยู่ตามสถานีรถไฟและอาคารสำนักงานต่างๆ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 4 แบรนด์ตู้ทำงานส่วนตัวยอดฮิต ใครกลัวจะต้องประชุมด่วนระหว่างการเที่ยว เซฟบทความนี้เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้เลยค่ะ!
TELECUBE
งั้นมาเริ่มกันที่ “TELECUBE” พื้นที่ทำงานแบบแชร์สเปซอัจฉริยะที่พัฒนาโดยบริษัท V-Cube ตู้แบรนด์นี้มักจะตั้งอยู่ตามอาคารสำนักงาน, สถานีรถไฟ และสนามบินค่ะ
จุดเด่นคือเป็นพื้นที่ปิดทึบที่มีความเป็นส่วนตัวและกันเสียงได้ดีเยี่ยม ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งโต๊ะ, เก้าอี้, ปลั๊กไฟ และเครื่องปรับอากาศ เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่ต้องการสมาธิหรือต้องเข้าประชุมวิดีโอคอลแบบเร่งด่วน
“TELECUBE” มีค่าใช้จ่ายทั่วไปอยู่ที่ 250 เยนต่อ 15 นาที สามารถจองล่วงหน้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือเข้าไปดูที่เว็บไซต์ทางการเพื่อค้นหาสถานที่ใกล้เคียงตามเงื่อนไขที่ต้องการและเช่าใช้งานได้ทันที
หลังจองเสร็จ เพียงกดปุ่ม “เข้าห้อง” ก็สามารถปลดล็อกประตู พร้อมรับข้อมูลการใช้งานเช่น ชื่อWiFi และรหัสผ่าน
EXPRESS WORK
สำหรับใครที่เดินทางข้ามเมืองบ่อยๆ ต้องรู้จัก “EXPRESS WORK” ค่ะ เพราะตู้นี้ดำเนินการโดยบริษัทรถไฟ JR Tokai (JR Central) จึงมักจะตั้งอยู่ตามสถานีรถไฟชินคันเซ็นสายโทไกโด (Tokaido Shinkansen) ช่วยให้นักธุรกิจสามารถใช้เศษเวลาช่วงรอรถไฟให้เป็นประโยชน์ ภายในมีโต๊ะ, เก้าอี้, ปลั๊กไฟ และ Wi-Fi ให้บริการอย่างครบถ้วน
และเวลาให้บริการของ “EXPRESS WORK” คือ 07:00~21:30 (ตลอดทั้งวัน) โดยค่าใช้จ่ายทั่วไปอยู่ที่ 330 เยนต่อ 15 นาที หากต้องการใช้บริการคุณต้องลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก “EXPRESS WORK” ก่อน จากนั้นล็อกอินเข้าสู่ระบบ ค้นหาตู้ที่ต้องการใช้งาน แล้วกดปุ่ม “จอง・ใช้งาน” เพื่อรับข้อมูลการเข้าใช้ค่ะ
STATION BOOTH
มาต่อกันที่ฝั่งภูมิภาคคันโตกับ “STATION BOOTH” ที่ดูแลโดยบริษัทรถไฟ JR East ตู้แบรนด์นี้หาเจอง่ายมาก เพราะมักจะตั้งอยู่ใกล้ๆ กับประตูทางเข้า-ออกตั๋วของสถานีรถไฟใหญ่ๆ ภายในมีโต๊ะทำงาน, เก้าอี้, ปลั๊กไฟ, ช่องเสียบ USB, Wi-Fi และแอร์ (ปรับได้ทั้งลมร้อนและลมเย็น) ตัวตู้มีระบบกันเสียงขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะคุยโทรศัพท์หรือประชุมออนไลน์ก็ทำได้สบายหายห่วงค่ะ
และค่าใช้จ่ายทั่วไปของ “STATION BOOTH” อยู่ที่ 275 เยนต่อ 15 นาที แม้ว่าคุณไม่ใช่สมาชิกก็สามารถเช่าใช้โดยชำระเงินด้วยบัตร IC อย่าง Suica, ICOCA ได้ทันที (เวลาใช้งานสูงสุด 1 ชั่วโมง) หรือสามารถสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ทางการเพื่อจองล่วงหน้าก็ได้
CocoDesk
ปิดท้ายด้วย “CocoDesk” ตู้ทำงานส่วนตัวที่เปิดตัวโดยแบรนด์ดังอย่าง Fujifilm ตู้แบรนด์นี้มักจะกระจายตัวอยู่ตามสถานีรถไฟและอาคารสำนักงาน ตัวตู้เป็นแบบแยกส่วนและกันเสียงได้ดี ตอบโจทย์ชาว Digital Nomad หรือคนที่ต้องประชุมทางไกล ภายในมีทั้งโต๊ะ, เก้าอี้, Wi-Fi, ปลั๊กชาร์จไฟ และเครื่องปรับอากาศ ครบจบพร้อมลุยงาน
ส่วนค่าใช้จ่ายทั่วไปของ “CocoDesk” อยู่ที่ 330 เยนต่อ 15 นาที ก่อนใช้งาน คุณจะต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกก่อน จากนั้นเลือกสถานที่ใช้งานและทำการจอง หลังจากนั้นก็สามารถปลดล็อกและรับข้อมูลการใช้งานได้ โดยคิดค่าบริการเป็นหน่วยละ 15 นาทีค่ะ
ประชุมด่วนระหว่างเที่ยวในญี่ปุ่นก็ไม่มีปัญหา
ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีนักธุรกิจที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดไปมาตลอดเวลา ตู้ทำงานส่วนตัว (Work Booth) เหล่านี้จึงตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็วและสะดวกสบายได้ดีมากๆ ใครที่มีไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ Digital Nomad หรือมีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น อย่าลืมเซฟข้อมูลเหล่านี้เก็บไว้นะคะ เกิดเหตุฉุกเฉินต้องเปิดคอมพ์ปั่นงานด่วนเมื่อไหร่ จะได้หาที่นั่งทำงานได้อย่างทันทีค่ะ!






