ไปชมซากุระในฮิโรชิมะกัน! รวม 6 จุดเช็คอินสุดโรแมนติกที่คนท้องถิ่นแนะนำ
Catalog
- ฟาร์มเซระโคเก็น (Sera Kogen Farm): เนินเขาสีชมพู ดอกไม้สีทอง และท้องฟ้าสีคราม
- วัดไซโกกุจิ โอโนมิจิ (Saigokuji Temple): ทางเดินสู่เจดีย์แดงที่ล้อมรอบด้วยซากุระ
- สวนฮิจิยามะ (Hijiyama Park): สุนทรียภาพแห่งศิลปะและทะเลเมฆสีชมพู
- ช่องแคบออนโดะ (Ondo no Seto): สะพานโค้งสีแดงสดเคียงคู่ซากุระบาน
- สวนไซชินจิ (Seishinji Park) และ อนุสาวรีย์เซชินไดโตคุ (Seishin Daitoku Monument): สองพิกัดลับสำหรับผู้รักความสงบ
- ข้อมูลจุดชมซากุระในฮิโรชิมะ
ไม่ว่าคุณจะอยากได้รูปสวยชวนฝัน ดื่มด่ำความสงบใต้ต้นซากุระ สัมผัสประวัติศาสตร์และงานศิลปะ หรือชมวิวสะพานโค้งสีแดงที่พาดผ่านช่องแคบ รับรองว่าคุณจะสามารถค้นพบมุมโปรดส่วนตัว เพื่อหลีกหนีจากฝูงชนและเพลิดเพลินกับแสงแดดในฤดูใบไม้ผลิได้อย่างอิสระแน่นอน
ฟาร์มเซระโคเก็น (Sera Kogen Farm): เนินเขาสีชมพู ดอกไม้สีทอง และท้องฟ้าสีคราม
ซากุระที่ฟาร์มเซระโคเก็นตัดกับท้องฟ้าสีคราม ช่างเป็นภาพที่งดงามและโรแมนติก เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดแน่นอน (ภาพและข้อมูลโดย: สหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ HIT)
ที่เนินมิฮารุโนะโอกะในฟาร์มเซระโคเก็น คุณจะได้ชมทิวทัศน์สามสีที่หาชมได้ยาก ทั้งซากุระสีชมพู ดอกนาโนฮานะสีเหลืองทอง และท้องฟ้าสีฟ้าอ่อน (ภาพและข้อมูลโดย: สหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ HIT)
ทุกปีตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ฟาร์มเซระโคเก็นจะจัดเทศกาลซากุระอย่างยิ่งใหญ่ ไฮไลต์อยู่ที่กิ่งก้านของต้น “ชิดาเระซากุระ” (ซากุระกิ่งย้อย) ที่แผ่ขยายราวกับม่านโนเร็นคอยต้อนรับผู้มาเยือน ดอกซากุระจะย้อมเนินเขากว้างกว่า 3 เฮกตาร์ให้กลายเป็นสีชมพูละมุนตา
ขอแนะนำให้ไปที่ “เนินมิฮารุโนะโอกะ” ภายในฟาร์ม เพราะในช่วงเวลาเดียวกันนี้จะเป็นฤดูของดอกนาโนฮานะ (ดอกคาโนล่า) คุณจะได้พบกับภาพทิวทัศน์ 3 สีสุดตระการตาที่หาชมได้ยาก ทั้งซากุระสีชมพูหวาน ดอกนาโนฮานะสีเหลืองทอง และท้องฟ้าสีครามสดใส รับรองว่าสายถ่ายรูปต้องกดชัตเตอร์กันรัวๆ! นอกจากนี้ ตั้งแต่เวลา 18:00 – 20:00 น. ยังมีการจัดแสดงไฟประดับ (Light-up) เผยให้เห็นความงามของซากุระยามค่ำคืนที่โรแมนติกและดูลึกลับน่าหลงใหลไปอีกแบบ
วัดไซโกกุจิ โอโนมิจิ (Saigokuji Temple): ทางเดินสู่เจดีย์แดงที่ล้อมรอบด้วยซากุระ
เมื่อเดินผ่านประตูนิโอมงที่แขวนรองเท้าฟางขนาดใหญ่ คุณจะสามารถชมความงามของซากุระภายในวัดไซโกกุจิได้ (ภาพและข้อมูลโดย: สหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ HIT)
การผสมผสานระหว่างซากุระสีอ่อนและเจดีย์สามชั้น ก่อให้เกิดทิวทัศน์ที่สงบและงดงาม (ภาพและข้อมูลโดย: สหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ HIT)
เมื่อพูดถึงโอโนมิจิ หลายคนอาจนึกถึงวัดเซ็นโคจิ แต่ถ้าอยากหลีกหนีความวุ่นวาย ขอแนะนำ “วัดไซโกกุจิ” จุดชมซากุระลับที่คนท้องถิ่นรัก วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาอาตาโกะ ว่ากันว่าสร้างขึ้นเมื่อ 1,300 ปีก่อน
เมื่อคุณเดินผ่านประตูนิโอมงที่มีรองเท้าฟางขนาดยักษ์แขวนอยู่ และก้าวขึ้นบันไดหิน 108 ขั้น จะพบกับอุโบสถหลักที่เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ ทุกฤดูใบไม้ผลิ ซากุระจะบานสะพรั่งรายล้อมเจดีย์สามชั้นและอุโบสถสีแดงสด เกิดเป็นภาพทิวทัศน์ที่เงียบสงบและงดงาม การได้มายืนอยู่ใต้ต้นซากุระในวัดโบราณแห่งนี้ คือการได้สัมผัสช่วงเวลาที่ประวัติศาสตร์และฤดูกาลมาบรรจบกันอย่างแท้จริง
สวนฮิจิยามะ (Hijiyama Park): สุนทรียภาพแห่งศิลปะและทะเลเมฆสีชมพู
ภายในสวนฮิจิยามะมีการจัดแสดงประติมากรรมศิลปะสมัยใหม่มากมาย ทำให้สามารถชื่นชมความงามที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ได้ (ภาพและข้อมูลโดย: สหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ HIT)
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยฮิโรชิมะที่เปิดให้บริการอีกครั้งในปี 2023 รายล้อมไปด้วยต้นไม้มากมาย บรรยากาศร่มรื่น เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนของชาวเมืองฮิโรชิมะและเป็นจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียง (ภาพและข้อมูลโดย: สหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ HIT)
สวนฮิจิยามะตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมืองฮิโรชิมะ เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจที่ชาวเมืองคุ้นเคย จากจุดชมวิวคุณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองและทะเลเซโตะในได้อย่างกว้างไกล เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ซากุระสายพันธุ์โซเมอิโยชิโนะกว่า 1,300 ต้นจะบานสะพรั่ง เปลี่ยนทั้งภูเขาให้กลายเป็นทะเลเมฆสีชมพูสุดอลังการ
ภายในสวนยังโดดเด่นด้วยการจัดแสดงประติมากรรมศิลปะสมัยใหม่ รวมถึง “พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยฮิโรชิมะ” และ “หอสมุดการ์ตูนเมืองฮิโรชิมะ” ทำให้ที่นี่เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ บริเวณจุดชมวิวยังมีอนุสรณ์สถานสลัก “ข้อความแห่งสันติภาพ” จากการประชุมสุดยอด G7 ให้คุณได้ซึมซับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมๆ กับการชมดอกไม้
ช่องแคบออนโดะ (Ondo no Seto): สะพานโค้งสีแดงสดเคียงคู่ซากุระบาน
สะพานออนโดะโอฮาชิแห่งที่สองสีแดงสดตัดกับสีชมพูอ่อนของซากุระอย่างโดดเด่นและสวยงาม (ภาพและข้อมูลโดย: สหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ HIT)
การใช้ซากุระเป็นฉากหน้าช่วยเสริมให้ทิวทัศน์พิเศษของสะพานออนโดะโอฮาชิแห่งแรกและสะพานหมุนโดดเด่นยิ่งขึ้น (ภาพและข้อมูลโดย: สหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ HIT)
“ช่องแคบออนโดะ” ในเมืองคุเระ เป็นเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยเฮอัน โดยมีตำนานเล่าว่าไทระโนะ คิโยโมริ เป็นผู้บุกเบิกช่องแคบแห่งนี้ ไฮไลต์ของที่นี่คือ สะพานออนโดะโอฮาชิ สีแดงสดที่ทอดตัวโค้งข้ามช่องแคบ ตัดกับสีของน้ำทะเลเซโตะในอันเงียบสงบ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระที่ปลูกเรียงรายตามแนวชายฝั่งจะพร้อมใจกันผลิดอกสีชมพู ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของโครงสร้างเหล็ก และเติมเต็มความอ่อนโยนให้กับทัศนียภาพ การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่แค่การชมธรรมชาติ แต่ยังเป็นการซึมซับประวัติศาสตร์ทางทะเลของญี่ปุ่นที่บอกเล่าผ่านเกลียวคลื่นและกลีบซากุระ
สวนไซชินจิ (Seishinji Park) และ อนุสาวรีย์เซชินไดโตคุ (Seishin Daitoku Monument): สองพิกัดลับสำหรับผู้รักความสงบ
ซากุระในสวนไซชินจิ เหมาะสำหรับการนั่งปิกนิกใต้ต้นไม้หรือผ่อนคลายเพลิดเพลินกับวันดีๆ ในฤดูใบไม้ผลิ (ภาพและข้อมูลโดย: สหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ HIT)
หากคุณโหยหาความเงียบสงบขั้นสุด “สวนไซชินจิ” ในเมืองมิฮาระ คือคำตอบ! ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน คุณสามารถเดินทอดน่องบนทางเดินที่ปกคลุมไปด้วยซากุระสีชมพูอ่อน ปราศจากเสียงรบกวนและความวุ่นวาย แถมจากหอสังเกตการณ์ในสวนยังสามารถมองเห็น “สะพานสนามบินฮิโรชิมะ” (Hiroshima Airport Bridge) ซึ่งเป็นสะพานโค้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นภาพซากุระตัดกับวิศวกรรมสมัยใหม่ที่ดูมีมิติแปลกตา
อนุสาวรีย์เซชินไดโตคุเป็นจุดชมดอกไม้ลับที่ชาวมิยาจิมะชื่นชอบ บรรยากาศเงียบสงบ (ภาพและข้อมูลโดย: สหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ HIT)
นอกจากนี้ บนเกาะมิยาจิมะที่โด่งดังเรื่องศาลเจ้าอิทสึคุชิมะ ยังมีมุมสงบซ่อนอยู่อย่าง “อนุสาวรีย์เซชินไดโตคุ” (ตั้งอยู่ห่างจากจุดท่องเที่ยวหลักเล็กน้อย) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระเซชิน ผู้คิดค้นทัพพีไม้ของดีประจำเกาะและช่วยขุดบ่อน้ำเพื่อชาวบ้าน ซากุระที่นี่จะเบ่งบานอย่างเงียบๆ มอบบรรยากาศที่สงบร่มเย็น เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนและสนทนากับประวัติศาสตร์ในวันสบายๆ
ข้อมูลจุดชมซากุระในฮิโรชิมะ
ฟาร์มเซระโคเก็น (Sera Kogen Farm)
■ ที่อยู่: 1124-11 Bessako, Sera-cho, Sera-gun, Hiroshima 729-3305
■ เวลาทำการ: 9:00~17:00
วัดไซโกกุจิ (Saigokuji Temple)
■ ที่อยู่: 29-27 Nishikubo-cho, Onomichi-shi, Hiroshima 722-0044
■ โทรศัพท์: 0848-37-0321
■ เวลาทำการ: 8:00~17:00
สวนฮิจิยามะ (Hijiyama Park)
■ ที่อยู่: Hijiyama Park, Minami-ku, Hiroshima-shi, Hiroshima 732-0815
■ โทรศัพท์: 082-250-8956
■ เวลาทำการ: 5:00~23:00
สวนไซชินจิ (Seishinji Park)
■ ที่อยู่: 2033 Hirasaka, Yamato-cho, Mihara-shi, Hiroshima 729-1213
■ โทรศัพท์: 0847-34-1605
สวนออนโดะโนะเซโตะ (Ondo no Seto Park)
■ ที่อยู่: Kegoya, Kure-shi, Hiroshima 737-0012
■ โทรศัพท์: 0823-25-3309
อนุสาวรีย์เซชินไดโตคุ (Seishin Daitoku Monument)
■ ที่อยู่: Omachi, Miyajima-cho, Hatsukaichi-shi, Hiroshima
■ การเดินทาง: สามารถเดินจากท่าเรือมิยาจิมะประมาณ 15-20 นาที
※ ข้อมูลและภาพประกอบอ้างอิงจากสหพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิมะ – HIT สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ทางการ
คุณวางแผนทริปชมซากุระที่ญี่ปุ่นสำหรับปี 2026 แล้วหรือยังคะ? ฤดูใบไม้ผลินี้ ลองปักหมุดไปเที่ยวฮิโรชิมะดูสิ รับรองว่าคุณจะได้รูปถ่ายซากุระสวยๆ ที่ไม่ซ้ำใครกลับไปแน่นอน!