ไขข้อข้องใจ! ไอเทมลับมุมห้องพักโรงแรม ‘BAGGAGE RACK’ ชั้นวางกระเป๋าเดินทางที่ช่วยชีวิตคนพื้นที่น้อย

| By Git house Git house

ไขข้อข้องใจ! ไอเทมลับมุมห้องพักโรงแรม ‘BAGGAGE RACK’ ชั้นวางกระเป๋าเดินทางที่ช่วยชีวิตคนพื้นที่น้อย

เวลาที่เราเข้าพักโรงแรม หลายคนน่าจะเคยสะดุดตากับไอเทมลึกลับที่พับเก็บอยู่มุมห้องใกล้ประตูทางเข้าใช่ไหมคะ? หน้าตาของมันดูคล้ายราวตากผ้าขนาดย่อม แต่พอเปิดออกกลับมีแค่สายผ้าขึงไว้ 2-3 เส้น จะใช้นั่งแทนเก้าอี้ก็ไม่ได้ หรือถ้าจะเอาไว้พาดผ้าเช็ดตัวก็ชอบลื่นหล่นลงพื้นอยู่บ่อยๆ

ที่จริงแล้ว สิ่งนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับตากเสื้อผ้าแต่อย่างใดค่ะ แต่มันคือ “ชั้นวางกระเป๋าเดินทาง” (BAGGAGE RACK / バゲージラック) ไอเทมแสนใส่ใจที่โรงแรมเตรียมไว้เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่จัดเก็บของในห้องไม่เพียงพอนั่นเองค่ะ!

ทำไมโรงแรมในญี่ปุ่นถึงต้องมี BAGGAGE RACK?

ชั้นวางกระเป๋าโรงแรม

ใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นน่าจะทราบกันดีว่า พื้นที่ห้องพักของโรงแรมธุรกิจ (Business Hotel) ในญี่ปุ่นมักจะมีขนาดกะทัดรัด โดยทั่วไปห้องพักเดี่ยวจะมีขนาดเพียง 9-12 ตารางเมตร ส่วนห้องคู่จะอยู่ที่ 12-18 ตารางเมตรเท่านั้น ในพื้นที่ที่จำกัดแบบนี้ หากเรากางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่แผ่ไว้บนพื้น ก็มักจะไปขวางทางเดินหน้าห้องน้ำจนแทบจะไม่มีที่ให้ขยับตัว

ด้วยเหตุนี้ โรงแรมธุรกิจส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจึงมักจัดเตรียม BAGGAGE RACK หรือชั้นวางกระเป๋าเดินทางแบบพับเก็บได้เอาไว้ให้ เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถยกกระเป๋าขึ้นไปวางจัดของได้สะดวกสบาย พร้อมทั้งเหลือสเปซทางเดินในห้องให้เดินได้แบบไม่สะดุดค่ะ

วิธีการใช้งาน BAGGAGE RACK

ชั้นวางกระเป๋าโรงแรม

โดยปกติแล้วเมื่อเราก้าวเข้าห้องพัก ชั้นวางกระเป๋าเดินทางมักจะถูกพับเก็บพิงไว้ริมผนังใกล้ๆ กับทางเข้า หรือบางโรงแรมอาจจะเก็บซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าหรือช่องว่างข้างตู้วางทีวี หากเข้าไปแล้วไม่เห็น ลองกวาดสายตาหาดูรอบๆ นะคะ

วิธีใช้งานก็ง่ายแสนง่ายค่ะ เพียงแค่ดึงชั้นวางออก ขากางไขว้กันเป็นรูปตัวเอ็กซ์ (X) ให้สุด มันก็จะกลายร่างเป็นแท่นวางกระเป๋าสุดมั่นคงได้ทันที โดยทั่วไปชั้นวางกระเป๋าจะทำจากโครงเหล็กคู่กับสายผ้าไนลอนเหนียวๆ แต่บางโรงแรมที่เน้นดีไซน์ก็อาจจะใช้วัสดุไม้ ซึ่งรูปลักษณ์ก็จะดูมินิมอลแตกต่างกันไปค่ะ

ขนาดและน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่แนะนำ

ชั้นวางกระเป๋าเดินทาง

โดยทั่วไปชั้นวางกระเป๋าเดินทางที่โรงแรมจัดไว้ให้สามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 20-30 กิโลกรัม สามารถวางกระเป๋าขนาด 25 นิ้วขึ้นไปได้อย่างสบายๆ (สำหรับกระเป๋าไซส์ Carry-on ใบเล็ก ก็สามารถวางได้มั่นคงไม่ล้มคว่ำค่ะ)

หลังจากกางชั้นวางออกจนสุดแล้ว ให้กะระยะวางจุดศูนย์กลางของกระเป๋าเดินทางให้อยู่ตรงกึ่งกลางของชั้นวางพอดี ตราบใดที่วางได้สมดุล ต่อให้เปิดกระเป๋ากางออกจนสุดก็ยังรับน้ำหนักได้สบายหายห่วงค่ะ

ชั้นวางกระเป๋าเดินทาง

ด้วยวิธีนี้ กระเป๋าเดินทางก็สามารถกางได้อย่างสบาย ไม่เพียงสะดวกในการจัดของ แต่ยังช่วยให้มีพื้นที่ว่างมากขึ้น อีกด้วย

หากกระเป๋าที่นำมาเป็นแบบเปิดฝาหน้าที่กำลังได้รับความนิยม (ขนาดประมาณ 24 นิ้ว) สามารถวางราบบนชั้นวางแล้วพิงกำแพงเปิดใช้งานได้เลย ไม่มีปัญหาค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นไซส์ 24-25 นิ้ว แนะนำให้กางฝั่งหนึ่งวางราบบนชั้นวาง แล้วนำอีกฝั่งพิงพับไว้กับผนัง จะช่วยให้จัดของได้สะดวกและมั่นคงกว่าการกางแผ่ออก 180 องศาค่ะ

ชั้นวางกระเป๋าเดินทาง

นอกจากวางกระเป๋าเดินทางแล้ว วันไหนไปละลายทรัพย์มาอย่างหนักหน่วง หิ้วของฝากกลับมาเต็มไม้เต็มมือ ถ้าไม่อยากวางถุงลงบนพื้นให้เปื้อน ก็กางชั้นวางนี้เพื่อใช้เป็นจุดวางของชั่วคราวได้เลยค่ะ

นอกจากนี้ เมื่อเรายกกระเป๋าให้สูงขึ้นจากพื้นแล้ว ก็ไม่ต้องทนปวดหลังนั่งยองๆ จัดกระเป๋าบนพื้นอีกต่อไป แถมยังสามารถลากชั้นวางมาตั้งไว้ข้างเตียง แล้วนั่งจัดของชิลๆ บนเตียงได้เลย สะดวกสุดๆ

ไอเทมกู้ชีพในพื้นที่แคบ ที่ช่วยให้ห้องพักสะอาดขึ้น

หลายครั้งเพื่อการเซฟงบเที่ยวญี่ปุ่น เราอาจจะเลือกจองห้องพักที่มีขนาดกะทัดรัด แต่ถ้าทริปนั้นยาวเกิน 3 วัน ยังไงก็ต้องพกกระเป๋าใบใหญ่ไปแน่ๆ ซึ่งพอกางบนพื้นไม่ได้ หลายคนก็มักจะแก้ปัญหาด้วยการยกกระเป๋าขึ้นไปกางบนเตียงแทน

การมี BAGGAGE RACK ในห้องจึงตอบโจทย์มากๆ ค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยเคลียร์พื้นที่ทางเดินให้โล่งขึ้นแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้ล้อกระเป๋าที่เลอะฝุ่นหรือสิ่งสกปรกจากนอกบ้านขึ้นไปสัมผัสบนเตียงนอนของเราด้วย ทั้งสะดวกและถูกสุขอนามัยสุดๆ ไปเลย!

ทริปญี่ปุ่นรอบหน้า ลองสังเกตดูนะคะว่าในห้องพักของคุณมีชั้นวางกระเป๋าเดินทางตัวนี้ซ่อนอยู่หรือเปล่า เพียงแค่หยิบมาใช้ให้ถูกวิธี ต่อให้ห้องพักจะกะทัดรัดแค่ไหน เราก็สามารถจัดกระเป๋าและใช้พื้นที่ได้อย่างสะดวกสบายแน่นอนค่ะ!