อัปเดตคาเฟ่โตเกียว EDO USAGI โฉมใหม่! ละลานตากับ “ไดฟูกุปีศาจ” และขนมหวานลูกครึ่งญี่ปุ่น-ตะวันตก
Catalog
ด้วยดวงตากลมโตสุดแป๋ว และปากที่กำลังคาบสตรอว์เบอร์รีลูกโตเอาไว้ “ไดฟูกุปีศาจ” (Yokai Daifuku) ชิ้นนี้คือเมนูซิกเนเจอร์แห่งร้านขนมญี่ปุ่นสุดฮิต “江戸うさぎ” (Edo Usagi) ในย่านนิปโปริ โตเกียวค่ะ
ล่าสุดทางร้านได้รีโนเวทครั้งใหญ่ พร้อมอัปเกรดชื่อใหม่เป็น “和洋菓子 EDO USAGI” (Wayogashi EDO USAGI) ไม่เพียงแต่เสิร์ฟขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังเพิ่มไลน์ “ขนมอบสไตล์ตะวันตก” เข้ามาด้วย ไฮไลต์เด็ดคือการจับคู่ความอร่อยแบบผสมผสาน (East-meets-West) อย่าง “ชูครีมไส้แป้งกิวฮิและถั่วแดง” สายหวานที่ชอบลองเมนูครีเอทีฟใหม่ๆ ปักหมุดร้านนี้ไว้ได้เลยค่ะ!
จากร้านขนมญี่ปุ่นดั้งเดิม สู่คาเฟ่ขนมหวาน “ญี่ปุ่น-ตะวันตก”

ร้านขนมญี่ปุ่น “Edo Usagi” เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2005 และในวาระครบรอบ 17 ปีเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา ทางร้านได้ทำการรีโนเวทและเปลี่ยนชื่อเป็น “和洋菓子 EDO USAGI” (จากนี้จะขอเรียกสั้นๆ ว่า EDO USAGI นะคะ) การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการประกาศว่า ทางร้านไม่ได้จำกัดกรอบอยู่แค่ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ยังได้รังสรรค์เมนูที่ดึงเอาเอกลักษณ์ของขนมตะวันตกและขนมญี่ปุ่นมาเบลนด์เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นคาเฟ่ขนมหวานที่ตอบโจทย์ได้ทุกสไตล์เลยค่ะ
ข้อมูลร้าน
■ ชื่อร้าน: 和洋菓子 EDO USAGI
■ ที่อยู่: 東京都荒川区西日暮里2-14-11
■ การเดินทาง: เดินเพียง 3 นาที จากสถานี Nippori
■ เวลาทำการ: 11:00~16:30 (ปิดทุกวันพุธและวันอาทิตย์)
“ไดฟูกุปีศาจ” ซิกเนเจอร์สุดคิวต์ที่ขายดีตลอดกาล

ถ้าพูดถึงเมนูที่สร้างชื่อให้ร้าน EDO USAGI โด่งดังเป็นพลุแตก ก็ต้องยกให้ “ไดฟูกุปีศาจ” (Yokai Daifuku) เลยค่ะ! ทางร้านหยิบเอาขนมดั้งเดิมอย่างไดฟูกุมาปั้นแต่งรูปทรงใหม่ ติดดวงตากลมโตลงไป และผ่าช่องตรงกลางให้ไส้ขนมโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง ดูคล้ายกับเจ้าปีศาจน้อยกำลังอ้าปากงับไส้ขนมเอาไว้ น่ารักน่าเอ็นดูสุดๆ

สำหรับรสชาติสแตนดาร์ดจะมี 2 รส คือ สตรอว์เบอร์รี-ถั่วแดง และ แอปริคอต-ถั่วแดง นอกจากนี้ยังมีรสชาติลิมิเต็ดอิดิชันที่จะเปลี่ยนไปตามเทศกาลและผลไม้ตามฤดูกาลด้วยค่ะ

ตัวอย่างเช่น รสช็อกโกแลตกล้วยหอม ที่ออกมาต้อนรับช่วงวันวาเลนไทน์ รสนี้จะเปลี่ยนจากไส้ถั่วแดงกวนมาใช้ “ไส้ถั่วขาว” เป็นเบส ห่อหุ้มช็อกโกแลตและกล้วยหอมไว้ด้านใน ให้รสชาติแปลกใหม่แต่กลมกล่อมลงตัวสุดๆ

หรือจะเป็น รสแอปเปิลซินนามอน ที่ใช้ไส้ถั่วขาวเป็นเบสเช่นกัน แต่เจ้าปีศาจจะคาบชิ้นแอปเปิลที่นำไปต้มกับน้ำตาลและซินนามอนเอาไว้ กัดเข้าไปแล้วได้ความฉ่ำและหอมกลิ่นเครื่องเทศเตะจมูก

ความกิมมิกยังไม่หมดแค่นั้น! ในช่วงเทศกาลเซ็ตสึบุน (Setsubun – เทศกาลปาถั่วไล่ยักษ์) ทางร้านก็มี “ไดฟูกุปีศาจเซ็ตสึบุน” ที่เพิ่มเขาสองเขาเข้าไปบนหัวของเจ้าไดฟูกุ แปลงร่างเป็นปีศาจยักษ์ (Oni) เข้ากับเทศกาลเป๊ะๆ เลยค่ะ
เมนูลูกครึ่งสุดว้าว: “ชูครีมสอดไส้กิวฮิและถั่วแดง”

นอกจากไดฟูกุแล้ว EDO USAGI ยังมีเมนูฟิวชันที่แสนจะครีเอทีฟอย่าง “ชูครีมสอดไส้กิวฮิและถั่วแดง” (生しゅうもちあん) ลืมภาพชูครีมไส้ครีมคัสตาร์ดแบบเดิมๆ ไปได้เลย! เพราะชิ้นนี้ใช้แป้งชูครีมสไตล์ฝรั่งเศส แต่สอดไส้ด้านในด้วย “กิวฮิ” (แป้งโมจินุ่มยืด) และ “ถั่วแดงกวน” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของขนมญี่ปุ่น ถือเป็นการจับคู่ที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ

มีให้เลือกอร่อย 2 รสชาติ คือ รสออริจินัล (กิวฮิ + ไส้ถั่วแดง) และ รสครีม (กิวฮิ + ไส้ถั่วแดง + ครีมสด)
ข้อมูลเมนู
■ ชื่อเมนู: 生しゅうもちあん
■ ราคาโดยประมาณ:
- รสออริจินัล: ซื้อกลับบ้าน 300 เยน / ทานที่ร้าน 305 เยน
- รสครีม: ซื้อกลับบ้าน 360 เยน / ทานที่ร้าน 367 เยน
เมนูพิเศษเฉพาะทานที่ร้าน: “พุดดิ้งเรโทร” (Showa Pudding)

มาถึงเมนูไฮไลต์สำหรับคนที่นั่งทานในคาเฟ่เท่านั้น กับ “พุดดิ้งโชวะ” (特製レトロプリン) พุดดิ้งสไตล์เรโทรเนื้อเนียนนุ่ม ที่คุณสามารถสั่งท็อปปิ้งเพิ่มความน่ารักได้ตามใจชอบ! ไม่ว่าจะเป็นการโปะไดฟูกุปีศาจลงบนพุดดิ้ง, เพิ่มไดฟูกุน้ำ (Mizu Daifuku), โปะไอศกรีมวานิลลา หรือประดับด้วยคุกกี้โลโก้กระต่ายและถั่วแดงกวน ก็เนรมิตจานของหวานในฝันได้เลยค่ะ

ข้อมูลเมนู
■ ชื่อเมนู: 特製レトロプリン
■ ราคาโดยประมาณ: เริ่มต้นที่ 500 เยน (เฉพาะทานที่ร้าน)

ส่วนใครที่อยากจัดเต็มขั้นสุด ขอแนะนำ “พุดดิ้ง อะ ลา โหมด” (プリンアラモード) ที่อัดแน่นไปด้วยคุกกี้, ไอศกรีม, วิปครีม, ถั่วแดงกวน และผลไม้สดหลากชนิด พร้อมท็อปปิ้งด้านบนด้วยไดฟูกุน้ำ 1 ชิ้น (แอบกระซิบว่าสามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่ออัปเกรดจากไดฟูกุน้ำ เป็น “ไดฟูกุปีศาจสตรอว์เบอร์รี” ได้ด้วยนะคะ!)
ข้อมูลเมนู
■ ชื่อเมนู: プリンアラモード
■ ราคาโดยประมาณ: 1,000 เยน (เฉพาะทานที่ร้าน)
แวะเที่ยวนิปโปริเมื่อไหร่ อย่าลืมไปทักทายเจ้าไดฟูกุปีศาจกันนะ!
ไดฟูกุปีศาจของ EDO USAGI ครองใจสายหวานและยืนหยัดเป็นเมนูเบสต์เซลเลอร์มาอย่างยาวนาน ลูกค้าหลายคนตั้งใจเดินทางมาที่ร้านนี้เพื่อรอรับน้องกลับบ้านโดยเฉพาะเลยค่ะ หากเพื่อนๆ มีแพลนไปเดินเล่นแถวย่านนิปโปริ (Nippori) หรือย่านยานากะ (Yanaka) อย่าลืมแวะไปชิมความอร่อยและถ่ายรูปคู่กับเจ้าไดฟูกุปีศาจสุดคิวต์ชิ้นนี้กันให้ได้นะคะ!