แจก 10 พิกัดเที่ยวญี่ปุ่นเดือนมิถุนายน: สัมผัสเสน่ห์ฤดูฝน ดอกไม้บาน และธรรมชาติสุดอันซีน
Catalog
- 1. คานากาวะ – วัดเมเกสึอิน (明月院)
- 2. คานากาวะ – วัดฮาเซเดระ (長谷寺)
- 3. เกียวโต – วัดมิมุโรโตจิ (三室戸寺)
- 4. โตเกียว – ศาลเจ้าฮาคุซัน (白山神社)
- 5. คานากาวะ – รถไฟดอกไฮเดรนเยียฮาโกเนะ (箱根登山電車)
- 6. อาโอโมริ – บึงสีฟ้าอาโออิเคะ (青池)
- 7. อิชิกาวะ – นาขั้นบันได เซนไมดะ (白米千枚田)
- 8. กุนมะ – โอเซะ (尾瀨)
- 9. อาคิตะ – คากามิอิเกะ “ดวงตามังกร” (八幡平ドラゴンアイ)
- 10. ฟุคุอิ – วัดมอสเฮเซ็นจิ ฮาคุซัง (平泉寺白山神社)
เดือนมิถุนายนคือจุดเริ่มต้นของฤดูร้อนที่มาพร้อมกับความชุ่มฉ่ำของฤดูฝนของญี่ปุ่น แม้บรรยากาศจะเริ่มอบอ้าวและมีความชื้นสูงขึ้นบ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็นับเป็นช่วงเวลาที่ดอกไฮเดรนเยียจะพร้อมใจกันเบ่งบานสะพรั่งไปทั่วทุกพื้นที่ นอกจากความงามของมวลบุปผาแล้ว ธรรมชาติที่เขียวชอุ่มในหน้าร้อนก็มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลไม่แพ้กัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปเปิดลิสต์ “10 สถานที่เที่ยวญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายน” ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักฤดูฝนยิ่งกว่าที่เคยค่ะ
1. คานากาวะ – วัดเมเกสึอิน (明月院)

หากพูดถึงสัญลักษณ์ประจำฤดูฝนของญี่ปุ่น คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ดอกไฮเดรนเยีย” (Ajisai) และหนึ่งในแลนด์มาร์คอันดับต้นๆ ของประเทศก็คือ วัดเมเกสึอิน ในจังหวัดคานากาวะค่ะ วัดแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเคยเป็นที่พำนักหลังความตายของ โฮโจ โทกิโยริ ผู้ทรงอิทธิพลในยุคคามาคุระ โดยหลังจากช่วงสงคราม ทางวัดได้นำดอกไฮเดรนเยียมาปลูกแทนหมุดไม้ปูทางเดิน จนกลายเป็นภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ในปัจจุบัน

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือดอก “ฮิเมะ อาจิไซ” สีฟ้าสดใสที่จะค่อยๆ ผลิบานรับความชุ่มฉ่ำของหยาดฝนไปทั่วทั้งสองข้างทาง จนได้รับขนานนามว่า “อาจิไซเดระ” (วัดแห่งไฮเดรนเยีย) บรรยากาศที่เงียบสงบผสานกับสายฝนโปรยปรายจะเนรมิตวิวทิวทัศน์ให้ดูโรแมนติกและตราตรึงใจที่สุดค่ะ
■ สถานที่: 神奈川県鎌倉市山ノ内189
■ เวลาทำการ: 9:00น. – 16:00น. (อาจมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงฤดูดอกไฮเดรนเยีย)
2. คานากาวะ – วัดฮาเซเดระ (長谷寺)

อีกหนึ่งพิกัดชื่อดังในคามาคุระคือ วัดฮาเซเดระ วัดเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามของมวลบุปผาจนได้ฉายาว่า “ฮานะ โนะ โอเดระ” (วัดแห่งมวลไม้ดอก) ที่นี่เป็นสวรรค์ของคนรักไฮเดรนเยีย เพราะมีมากกว่า 40 สายพันธุ์ รวมกว่า 2,500 ต้น ซึ่งจะพร้อมใจกันอวดโฉมในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี

ความพิเศษคือดอกไฮเดรนเยียที่นี่ปลูกเรียงรายอยู่บนเนินเขาตามทางเดินชมวิว เมื่อเดินขึ้นไปถึงจุดสูงสุด คุณจะได้เห็นภาพกลุ่มดอกไฮเดรนเยียหลากสีสันตัดกับเส้นขอบฟ้าของเมืองคามาคุระและ ชายหาดยุอิกาฮามะ ได้อย่างงดงาม นอกจากนี้อย่าลืมแวะไปทักทาย “เรียวเอน จิโซ” พระพุทธรูปจิ๋วสุดน่ารักและสำรวจถ้ำ “เบ็นเท็น คุตสึ” กันด้วยนะคะ
■ สถานที่: 神奈川県鎌倉市長谷3-11-2
■ เวลาทำการ: 8:00~17:00
3. เกียวโต – วัดมิมุโรโตจิ (三室戸寺)

ขยับมาทางฝั่งเกียวโตกับ วัดมิมุโรโตจิ วัดโบราณจากสมัยเฮอันที่เป็นจุดชมไฮเดรนเยียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในคันไซ ด้วยพื้นที่สวนกว้าง 5,000 สึโบะ (ประมาณ 16,500 ตร.ม.) และมีดอกไฮเดรนเยียกว่า 10,000 ต้น ทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็น “หนึ่งในสามจุดชมไฮเดรนเยียที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น” เลยทีเดียวค่ะ

เมื่อก้าวเข้าสู่สวน “โยระคุเอ็น” เตงจะได้พบกับพรมดอกไฮเดรนเยียหลากเฉดสีที่บานสะพรั่งเป็นชั้นๆ ดูมีมิติและสดชื่นท่ามกลางหยาดฝน ทริคเล็กๆ สำหรับสายมูคือภายในสวนจะมี “ดอกไฮเดรนเยียรูปหัวใจ” ซ่อนอยู่ ว่ากันว่าถ้าใครหาเจอจะสมหวังในความรักด้วยนะ ลองไปหาดูกันนะคะ!
■ สถานที่: 京都府宇治市莵道滋賀谷21
■ เวลาทำการ: 8:30~15:30
4. โตเกียว – ศาลเจ้าฮาคุซัน (白山神社)

สำหรับใครที่อยู่ในโตเกียวแล้วไม่อยากเดินทางไกลถึงคามาคุระ ศาลเจ้าฮาคุซัน ในเขตบุงเกียวคือตัวเลือกที่เพอร์เฟกต์ค่ะ ศาลเจ้าแห่งนี้มีความเชื่อเฉพาะทางเรื่องการบูชาเทพเจ้าแห่งฟัน (ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน) แต่ไฮไลต์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคือเทศกาล “บุงเกียว อาจิไซ มัตสึริ” ที่จัดขึ้นในเดือนมิถุนายนค่ะ

แม้จะเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองแต่ที่นี่มีดอกไฮเดรนเยียให้ชมกว่า 3,000 ต้น บรรยากาศในช่วงเทศกาลจะคึกคักไปด้วยร้านค้าและแผงลอยอาหาร ให้ความรู้สึกสนุกสนานและมีชีวิตชีวาแตกต่างจากการไปเดินชมในวัดที่เงียบสงบค่ะ
■ สถานที่: 東京都文京区白山5-31-26
■ เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง (ช่วงงานเทศกาลไฮเดรนเยียเปิดพิเศษ 10:00~16:00)
5. คานากาวะ – รถไฟดอกไฮเดรนเยียฮาโกเนะ (箱根登山電車)

เปลี่ยนบรรยากาศมาชมดอกไม้บนรถไฟกันบ้างที่ ฮาโกเนะออนเซ็น นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องการพักผ่อนแล้ว ในช่วงเดือนมิถุนายนเส้นทางรถไฟสาย Hakone Tozan Railway จะแปลงโฉมเป็น “รถไฟไฮเดรนเยีย” ที่วิ่งลัดเลาะไปตามไหล่เขา

ตลอดเส้นทางจากสถานีฮาโกเนะ ยูโมโตะ ไปจนถึงสถานีโกอุระ เตงจะสามารถมองเห็นดอกไฮเดรนเยียสีสดใสได้ใกล้แค่เอื้อมผ่านกระจกหน้าต่างรถไฟ และที่พิเศษสุดๆ คือบริการ “รถไฟไฮเดรนเยียกลางคืน” ที่จะมีการเปิดไฟ Light-up ส่องสว่างไปที่ดอกไม้ สร้างบรรยากาศที่ดูสวยงามและลึกลับราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งความฝันเลยค่ะ
■ สถานที่: 神奈川県足柄下郡箱根町湯本 (สถานีฮาโกเน่ ยูโมโตะ)
6. อาโอโมริ – บึงสีฟ้าอาโออิเคะ (青池)

ทางฝั่งเหนือในจังหวัดอาโอโมริ มีบึงน้ำลึกลับที่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกชิรากามิ-ซันชิ นั่นคือ อาโออิเกะ หรือบึงสีฟ้าค่ะ แม้จะมีทะเลสาบรายล้อมถึง 33 แห่งในบริเวณ “จูนิโกะ” แต่บึงอาโออิเกะกลับโดดเด่นที่สุดด้วยน้ำใสราวกับกระจก

เดือนมิถุนายนคือช่วงเวลา Golden Hour ของที่นี่ เพราะผิวน้ำจะมีความใสสะอาดเป็นพิเศษ ปรากฏเป็นสีน้ำเงินโคบอลต์เข้มข้น ตัดกับสีเขียวอ่อน (Shinryoku) ของต้นบีชโดยรอบที่เพิ่งผลัดใบใหม่ในช่วงต้นฤดูร้อน แสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งไม้ลงมาสะท้อนผิวน้ำจะเปลี่ยนเฉดสีไปตามช่วงเวลา เป็นภาพความงามทางธรรมชาติที่ประณีตจนยากจะละสายตาค่ะ
■ สถานที่: 青森県西津軽郡深浦町森山
7. อิชิกาวะ – นาขั้นบันได เซนไมดะ (白米千枚田)

ชิราโยเนะ เซนไมดะ คือนาขั้นบันไดกว่า 1,000 แปลงที่ทอดตัวลดหลั่นลงไปตามเนินเขาริมชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น การันตีความสวยงามด้วยรางวัล “1 ใน 100 นาขั้นบันไดที่ยอดเยี่ยมที่สุดของญี่ปุ่น”

ในเดือนมิถุนายน ต้นกล้าที่เพิ่งปักดำจะเริ่มเติบโตเป็นสีเขียวขจีปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ไฮไลต์เด็ดคือช่วงเย็นที่พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน แสงสีส้มทองจะสะท้อนลงบนผิวน้ำในแต่ละแปลงนา ตัดกับขอบฟ้าสีแดงเพลิงและสีน้ำเงินของท้องทะเล สร้างลวดลายเรขาคณิตที่ธรรมชาติเป็นผู้รังสรรค์ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจค่ะ
■ สถานที่: 石川県輪島市白米町
8. กุนมะ – โอเซะ (尾瀨)

โอเซะทอดตัวข้ามสี่จังหวัด (ฟุคุชิมะ นีงาตะ กุนมะ และโทะชิงิ) เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีทิวทัศน์อันยอดเยี่ยมและน่าไปเยือนในเดือนมิถุนายน ที่นี่รายล้อมด้วยเทือกเขาสูงระดับ 2,000 เมตร วิวที่ทอดออกไปเบื้องหน้าจะทำให้คุณรู้สึกตื่นตะลึงในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

สัญลักษณ์ประจำเดือนมิถุนายนของโอเซะคือ “ดอกมิซุบาโช” (Skunk Cabbage) ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์รูปร่างแปลกตาที่จะบานสะพรั่งปกคลุมไปทั่วทุ่งหญ้าชุ่มน้ำ ความขัดแย้งที่ลงตัวระหว่างเทือกเขาที่ดูดุดันกับดอกไม้สีขาวเล็กๆ ที่ดูอ่อนโยนประกอบกับท้องฟ้าใสในวันอากาศดี เป็นภาพที่นักเดินทางทุกคนควรมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งค่ะ
■ สถานที่: 群馬県利根郡片品村戸倉
9. อาคิตะ – คากามิอิเกะ “ดวงตามังกร” (八幡平ドラゴンアイ)

บนยอดเขา ฮาจิมันไต รอยต่อระหว่างจังหวัดอาคิตะและอิวาเตะ มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสุด Unseen ที่มีช่วงเวลาให้ชมเพียงปีละไม่กี่สัปดาห์ นั่นคือ “ดวงตามังกร” ค่ะ

ปรากฏการณ์นี้เกิดจากหิมะในบึงคากามิอิเกะเริ่มละลายจากตรงกลางและขอบจนเกิดเป็นรูปทรงวงแหวนคล้ายโดนัท เมื่อแสงแดดตกกระทบผิวน้ำจะเกิดเป็นประกายสีเขียวมรกตตัดกับสีขาวของหิมะ ดูคล้ายกับดวงตาของมังกรขนาดมหึมา ซึ่งช่วงที่สวยที่สุดคือปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน แต่อย่างที่ทราบกันว่านี่คือความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ บางปีอาจจะเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก ทำให้การได้ไปเห็นด้วยตัวเองถือเป็นเรื่องที่โชคดีและคุ้มค่ามากๆ ค่ะ
■ สถานที่: 秋田県仙北市田沢湖玉川
10. ฟุคุอิ – วัดมอสเฮเซ็นจิ ฮาคุซัง (平泉寺白山神社)

ปิดท้ายกันที่ความเขียวชอุ่มขั้นสุดที่ ศาลเจ้าเฮเซ็นจิ ฮาคุซัง จังหวัดฟุคุอิ ศาลเจ้าโบราณที่มีอายุกว่า 1,300 ปีแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องพรมมอสสีเขียวที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณจนได้รับฉายาว่า “วังมอสแห่งฟุคุอิ”

โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายนที่เป็นฤดูฝน ความชื้นจะช่วยปลุกให้มอสเหล่านี้ดูอิ่มน้ำและเปล่งประกายสีเขียวสดใสยิ่งขึ้น หากเตงมาเยือนในช่วงเช้าหลังฝนตก แสงแดดอ่อนๆ ที่รำไรผ่านทิวสนซีดาร์ยักษ์จะทำให้มอสดูระยิบระยับราวกับปูด้วยกำมะหยี่ บรรยากาศที่นี่สงบขลังจนรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกอีกใบเลยค่ะ
■ สถานที่: 福井県勝山市平泉寺町平泉寺56-63
ทั้งหมดนี้คือ 10 สถานที่เที่ยวญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายน ที่เราคัดมาให้แล้วค่ะ แม้จะเป็นช่วงฤดูฝนที่หลายคนกังวลเรื่องความเปียกปอน แต่ถ้าลองเปิดใจ เตงจะพบว่าญี่ปุ่นในยามฝนพรำนั้นมีเสน่ห์ที่นุ่มนวลและโรแมนติกแบบที่ฤดูอื่นให้ไม่ได้จริงๆ ไม่รู้ว่าในลิสต์นี้มีที่ไหนถูกใจเตงบ้างไหมคะ?