เมษานี้ไปชมซากุระที่ไหนดี เตรียมปักหมุด! 10 พิกัดที่เที่ยวญี่ปุ่นสัมผัสเสน่ห์ฤดูใบไม้ผลิที่ไม่เหมือนใคร
Catalog
- 1. เทศกาลชมซากุระ ปราสาทฮิโรซากิ (จังหวัดอาโอโมริ)
- 2. อุโมงค์ซากุระริมแม่น้ำเมกุโระ (โตเกียว)
- 3. พายุกลีบซากุระที่ทางเดินนักปราชญ์ (จังหวัดเกียวโต)
- 4. ซากุระคลุมภูเขาที่ภูเขาโยชิโนะ (จังหวัดนารา)
- 5. ซากุระพันปี มิฮารุ ทากิซากุระ (จังหวัดฟุกุชิมะ)
- 6. ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (จังหวัดยามานาชิ)
- 7. สวนเซ็นโคจิ (จังหวัดฮิโรชิมะ)
- 8. อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย วัดเบียคุโกจิ (จังหวัดเฮียวโงะ)
- 9. ทุ่งดอกเนโมฟีลา สวนฮิตาชิ ซีไซด์ (จังหวัดอิบารากิ)
- 10. กำแพงหิมะ ยูกิโนะโอตานิ (จังหวัดโทยามะ และ นากาโน่)
เมื่อพูดถึงการไปเยือนญี่ปุ่นในเดือนเมษายน ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น “ดอกซากุระ” สีชมพูแสนหวานที่บานสะพรั่งไปทั่วประเทศ เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ดอกซากุระหลากหลายสายพันธุ์จะพากันผลิดอกไล่เรียงกันไปในแต่ละพื้นที่ คืนความชีวิตชีวาให้กับธรรมชาติอีกครั้ง เดือนเมษายนนี้มีจุดชมวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวไหนที่ควรค่าแก่การไปเช็คอินบ้าง? วันนี้เราจะพาทุกคนไปเช็ค 10 พิกัดยอดฮิตประจำฤดูใบไม้ผลิกันค่ะ!
1. เทศกาลชมซากุระ ปราสาทฮิโรซากิ (จังหวัดอาโอโมริ)

ปราสาทฮิโรซากิ เป็น 1 ใน 12 ปราสาทดั้งเดิมจากยุคเอโดะและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น สวนฮิโรซากิที่โอบล้อมปราสาทแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่คูน้ำและกำแพงหินโบราณ แต่ยังเป็นจุดชมซากุระชั้นนำของประเทศ!

ในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี ซากุระกว่า 2,600 ต้นในสวนฮิโรซากิจะบานสะพรั่ง ซึ่งในนี้มีต้นซากุระเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี รวมถึงต้นซากุระสายพันธุ์โซเมอิโยชิโนะที่อายุยืนที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความที่อยู่ทางตอนเหนือ ซากุระที่นี่จึงบานตรงกับช่วงหยุดยาว Golden Week พอดี ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้นับหมื่นคน เป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระที่ดีที่สุดที่คุณไม่ควรพลาด
■ พิกัด: 1 Shirogane-cho, Hirosaki, Aomori
■ ช่วงเวลาแนะนำ: กลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม
2. อุโมงค์ซากุระริมแม่น้ำเมกุโระ (โตเกียว)

แม่น้ำเมกุโระที่ไหลผ่านเขตเซตากายะ เมกุโระ และชินากาวะ ถือเป็น “สถานที่ยอดฮิต” ของการชมซากุระใจกลางโตเกียวเลยทีเดียว

ช่วงปลายมีนาคมถึงปลายเมษายน ต้นซากุระราว 800 ต้นที่เรียงรายริมสองฝั่งแม่น้ำจะพร้อมใจกันบานสะพรั่ง กลายเป็น “อุโมงค์ซากุระ” สีชมพูที่ทอดยาวกว่า 4 กิโลเมตร ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่ช่วงค่ำที่จะมีการเปิดไฟประดับ (Light-up) แสงไฟที่สะท้อนผิวน้ำและดอกซากุระให้ความรู้สึกโรแมนติกต่างจากตอนกลางวันอย่างลิบลับ แถมสองข้างทางยังมีร้านค้าร้านอาหารสตรีทฟู้ดให้เดินกินเพลินๆ ด้วย
■ พิกัด: เขตเซตากายะ, เมกุโระ และชินากาวะ โตเกียว
■ ช่วงเวลาแนะนำ: กลางเดือนมีนาคม – ปลายเดือนเมษายน
3. พายุกลีบซากุระที่ทางเดินนักปราชญ์ (จังหวัดเกียวโต)

หากไปเกียวโตต้องห้ามพลาด “ทางเดินนักปราชญ์” (Philosopher’s Path) ทางเดินทอดยาว 2 กิโลเมตรเลียบคลองสายเล็กๆ ในเขตซาเคียว ที่เชื่อมระหว่างวัดนันเซ็นจิ วัดกินคะคุจิ และวัดเอคันโด บรรยากาศที่นี่เงียบสงบและเหมาะกับการเดินเล่นพักผ่อนใจสุดๆ

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระสองฝั่งจะบานสะพรั่งจนกลายเป็นอุโมงค์สีชมพูขาว และถ้าคุณโชคดีไปเยือนในช่วงที่ดอกเริ่มร่วง คุณจะได้เห็น “ซากุระฟุบุกิ” หรือพายุกลีบซากุระร่วงหล่นลงมาปกคลุมผิวน้ำจนกลายเป็นสายน้ำสีชมพู เป็นภาพโรแมนติกที่เหมือนหลุดออกมาจากอนิเมะเลยล่ะ
■ พิกัด: เขตซาเคียว เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต
■ ช่วงเวลาแนะนำ: ปลายเดือนมีนาคม – กลางเดือนเมษายน
4. ซากุระคลุมภูเขาที่ภูเขาโยชิโนะ (จังหวัดนารา)

ภูเขาโยชิโนะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา แต่ยังเป็นจุดชมซากุระที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน ซากุระกว่า 30,000 ต้นจะบานสะพรั่งปกคลุมไปทั้งหุบเขา เป็นภาพความงามที่ผู้คนกล่าวขานกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ซากุระที่นี่จะแบ่งโซนการบานตามระดับความสูง ได้แก่ ชิโมะเซ็มบง (ตีนเขา), นากะเซ็มบง (กลางเขา) และคามิเซ็มบง (ยอดเขา) ทำให้ภูเขาแห่งนี้มีระยะเวลาชมซากุระที่ยาวนานกว่าที่อื่น และแต่ละจุดก็ให้มุมมองความสวยงามที่ต่างกันออกไป
■ พิกัด: เมืองโยชิโนะ จังหวัดนารา
■ ช่วงเวลาแนะนำ: ทยอยบานตลอดเดือนเมษายน
5. ซากุระพันปี มิฮารุ ทากิซากุระ (จังหวัดฟุกุชิมะ)

มิฮารุ ทากิซากุระ คือต้นซากุระย้อย (เบนิชิดาเระ) ขนาดยักษ์ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี! คำว่า “ทากิซากุระ” แปลว่า “ซากุระน้ำตก” เพราะเมื่อกิ่งก้านที่โค้งย้อยลงมาผลิดอกสีชมพูเข้ม จะดูสวยงามราวกับน้ำตกที่กำลังไหลรินลงมา ความยิ่งใหญ่นี้ทำให้ที่นี่ถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 ต้นซากุระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

นอกจากความอลังการในตอนกลางวันแล้ว ตอนกลางคืนยังมีการเปิดไฟไลท์อัพ เผยให้เห็นมนต์ขลังที่ดูลึกลับและงดงามไปอีกแบบ บริเวณรอบๆ ยังมีซุ้มขายอาหารพื้นเมือง ขนม และสาเกท้องถิ่นให้ได้ลิ้มลองกันด้วย
■ พิกัด: 296 Takizakurakubo, Miharu, Tamura, Fukushima
■ ช่วงเวลาแนะนำ: บานเต็มที่ช่วงกลางเดือนเมษายน
6. ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (จังหวัดยามานาชิ)

เมื่อพูดถึงสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ภาพภูเขาฟูจิต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง! และจุดชมซากุระพร้อมวิวฟูจิที่สวยที่สุดก็คือ “ทะเลสาบคาวากุจิโกะ” ซึ่งในทุกๆ ฤดูใบไม้ผลิจะมีการจัดเทศกาลชมซากุระอย่างยิ่งใหญ่

ความฟินของที่นี่คือการได้ชมซากุระที่ผลิบานโดยมีภูเขาฟูจิเป็นฉากหลัง และถ้าวันไหนอากาศดี ลมสงบ คุณอาจได้เห็นภาพ “ซากาสะฟูจิ” (ภูเขาฟูจิสะท้อนเงากลับหัวบนผิวน้ำ) พร้อมกับเงาซากุระที่สะท้อนลงไป เป็นความงามระดับ Masterpiece ที่หาชมได้ยากจริงๆ
■ พิกัด: เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ จังหวัดยามานาชิ
■ ช่วงเวลาแนะนำ: ปลายเดือนมีนาคม – กลางเดือนเมษายน
7. สวนเซ็นโคจิ (จังหวัดฮิโรชิมะ)

สวนเซ็นโคจิตั้งอยู่บนเนินเขาในเมืองโอโนมิจิ จังหวัดฮิโรชิมะ เป็นสวนกว้างใหญ่ที่ปลูกต้นซากุระไว้ถึง 1,500 ต้น เมื่อถึงช่วงบานเต็มที่ ทั้งสวนจะถูกย้อมเป็นสีชมพูหวานแหวว จนได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น

ไฮไลต์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่ซากุระ แต่เมื่อขึ้นไปยืนบนจุดชมวิว คุณจะมองเห็นวิวทะเลเซโตะในและเกาะแก่งต่างๆ ได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยิ่งพอตกกลางคืน แสงไฟจากเมืองโอโนมิจิที่ส่องสว่างรับกับซากุระยามค่ำคืน จะสร้างบรรยากาศที่โรแมนติกชวนฝันสุดๆ
■ พิกัด: 19-1 Nishitsuchido-cho, Onomichi, Hiroshima
■ ช่วงเวลาที่ดอกบาน: ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน
8. อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย วัดเบียคุโกจิ (จังหวัดเฮียวโงะ)

ถ้าเบื่อซากุระแล้ว เดือนเมษายนยังมีดอกไม้อีกชนิดที่สวยไม่แพ้กัน! วัดเบียคุโกจิ เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 1,300 ปีในจังหวัดเฮียวโงะ ไฮไลต์ของที่นี่คือ “ซุ้มดอกวิสทีเรีย” หรือต้นฟูจิ สายพันธุ์ “คิวชะคุฟูจิ” ที่ทอดยาวกว่า 120 เมตร

เมื่อดอกบาน ช่อดอกวิสทีเรียสีม่วงเข้มจะห้อยลงมายาวถึง 150 เซนติเมตร การได้เดินลอดใต้อุโมงค์สีม่วงที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกเทพนิยาย ช่วงปลายเมษาถึงพฤษภาคมจะมีการจัดเทศกาลและเปิดไฟไลท์อัพตอนกลางคืน สวยงามจนสะกดทุกสายตาแน่นอน
■ พิกัด: 709 Byakugo-ji, Ichijima-cho, Tamba, Hyogo
■ ช่วงเวลาแนะนำ: ปลายเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤษภาคม
9. ทุ่งดอกเนโมฟีลา สวนฮิตาชิ ซีไซด์ (จังหวัดอิบารากิ)

สวนสาธารณะริมมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งดอกไม้ที่บานสลับสับเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี ภายในสวนกว้างใหญ่มาก มีทั้งสวนสนุก โซนบาร์บีคิว และพื้นที่พักผ่อน เรียกว่าเที่ยวเพลินได้ทั้งวัน

พระเอกของเดือนเมษายนคือ “ทุ่งดอกเนโมฟีลา” (Baby Blue Eyes) สีฟ้าละมุนตากว่า 5.3 ล้านต้น ที่จะบานสะพรั่งครอบคลุมทั่วทั้งเนินเขา เมื่อทุ่งดอกไม้สีฟ้าตัดกับสีของท้องฟ้าสดใส กลายเป็นภาพความงามที่หาดูจากที่ไหนไม่ได้ คุณสามารถปั่นจักรยานรับลม หรือเดินถ่ายรูปรอบเนินเขา ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดสุดโรแมนติกที่สายถ่ายรูปห้ามพลาด
■ พิกัด: 605-4 Mawatari-Onuma, Hitachinaka, Ibaraki
■ ช่วงเวลาแนะนำ: กลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม
10. กำแพงหิมะ ยูกิโนะโอตานิ (จังหวัดโทยามะ และ นากาโน่)

ปิดท้ายด้วยพิกัดที่ฉีกกฎฤดูใบไม้ผลิ! เส้นทางเจแปนแอลป์ ทาเตยามะ คุโรเบะ ที่พาดผ่านจังหวัดโทยามะและนากาโน่ แม้ว่าเดือนเมษายนจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่บนเทือกเขาแห่งนี้ยังคงถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน

ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนมิถุนายน จะมีการเปิดเส้นทางให้รถบัสวิ่งผ่านช่องเขาหิมะที่ถูกขุดเจาะเป็นระยะทาง 500 เมตร เกิดเป็น “กำแพงหิมะ” สูงตระหง่านถึง 18 เมตรขนาบสองข้างทาง! คุณสามารถลงไปเดินเล่น สัมผัสความยิ่งใหญ่ของกำแพงหิมะที่ตัดกับท้องฟ้าสีคราม เป็นประสบการณ์สุดมหัศจรรย์เหมือนได้ยืนอยู่ระหว่างสองฤดูกาลในเวลาเดียวกัน
■ พิกัด: Tateyama-machi, Nakaniikawa-gun, Toyama
■ ช่วงเวลาแนะนำ: กลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนมิถุนายน
เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 10 พิกัดเที่ยวญี่ปุ่นในเดือนเมษายนที่เราคัดมาให้ มีที่ไหนสวยถูกใจจนอยากรีบกดจองตั๋วแพ็คกระเป๋าตามไปเที่ยวกันบ้างไหมเอ่ย? ฤดูใบไม้ผลินี้ ขอให้ทุกคนได้ไปดื่มด่ำกับบรรยากาศฟินๆ ที่ญี่ปุ่นกันนะคะ!