สัมผัสวิถีเซนข้ามปี! 7 วัดดังในญี่ปุ่นกับการตีระฆัง 108 ครั้ง ต้อนรับปีใหม่ 2026

| By Git house Git house

สัมผัสวิถีเซนข้ามปี! 7 วัดดังในญี่ปุ่นกับการตีระฆัง 108 ครั้ง ต้อนรับปีใหม่ 2026

ประเพณีปีใหม่ของญี่ปุ่นนั้นต่างจากจีนหรือไทยตรงที่พวกเขานับตาม “ปฏิทินสุริยคติ” ดังนั้นวันส่งท้ายปีเก่าของญี่ปุ่น (เรียกว่า โอมิโซกะ/Omisoka) จึงตรงกับวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี

มื่อถึงเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม วัดทั่วญี่ปุ่นจะกึกก้องไปด้วยเสียงระฆังอันทรงพลังจำนวน 108 ครั้ง ชาวญี่ปุ่นจะยืนสงบนิ่ง ฟังเสียงระฆังพร้อมรับปีใหม่ กิจกรรมนี้ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ขาดไม่ได้ พอๆ กับการนอนดูรายการเพลงขาว-แดง (Kohaku Uta Gassen) เลยทีเดียว วันนี้เราได้รวบรวม 7 วัดดังที่คุณสามารถไปสัมผัสประสบการณ์ตีระฆังข้ามปีด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ!

ทำไมต้องตีระฆัง 108 ครั้ง?

เสียงระฆังในวัดพุทธแบบญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า “บ็อนโช” (Bonsho) นั้น เชื่อกันว่ามีพลังในการขจัดปัดเป่าความทุกข์กังวล และเป็นการอวยพรแก่ผู้มีจิตศรัทธา

แล้วทำไมต้องเป็น 108 ครั้งกันล่ะ? ตัวเลข 108 มาจากความเชื่อทางพุทธศาสนาเรื่อง “กิเลส 108 ประการ” ของมนุษย์ โดยคำนวณจาก: ทวารทั้ง 6 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) ความรู้สึก 3 (สุข ทุกข์ เฉยๆ) สภาวะ 2 (ดี ไม่ดี) กาลเวลา 3 (อดีต ปัจจุบัน อนาคต) จึงได้สูตรคำนวณดังนี้: 6 x 3 x 2 x 3 = 108 การตีระฆังแต่ละครั้งจึงเปรียบเสมือนการกำจัดกิเลสเหล่านี้ออกไปทีละข้อนั่นเอง

1. โตเกียว: วัดโฮเมียวจิ (Homyoji)


แหล่งที่มาของภาพ

ระฆังบ็อนโชของวัดโฮเมียวจิถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1732 บริเวณขอบด้านล่างมีลวดลายสลักของสิ่งของที่ผู้คนในสมัยเอโดะใช้งาน เช่น ร้านสาเก ตาชั่ง ลูกคิด เป็นต้น ด้วยลวดลายทางศิลปะนี้เองทำให้ระฆังใบนี้รอดพ้นจากการถูกยึดไปหลอมเป็นอาวุธในช่วงสงคราม


แหล่งที่มาของภาพ

และในวันที่ 1 ม.ค. 2026 เวลา 0.00 – 01.30 น. เปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมตีระฆังได้ การได้ตีระฆังข้ามปี ณ หอระฆังในศาลเจ้าคิชิโมจิน (Kishimojin) ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรม ถือเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง

ข้อมูลการเข้าชม

■ ที่อยู่: 3-18-18 Minami-Ikebukuro, Toshima-ku, Tokyo

■ เวลาเข้าชม: บริเวณภายในวัด 8.00 น. – 16.00 น. (ไม่รวมการเข้าชมภายในอาคารหลัก)

■ ค่าเข้าชม: ฟรี บางส่วนมีค่าใช้จ่าย

เว็บไซต์ทางการ

2. เกียวโต: วัดเบียวโดอิน (Byodoin)


แหล่งที่มาของภาพ

ระฆังของที่นี่คือหนึ่งในสมบัติประจำชาติ ซึ่งสร้างในศตวรรษที่ 12-13 สูงถึง 199 ซม. และหนัก 2 ตัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน “สามระฆังเลื่องชื่อของญี่ปุ่น” (ร่วมกับวัดมิอิเดระ และวัดจิงโกจิ)


แหล่งที่มาของภาพ

กิจกรรม: พิธีโจยาเอะ (Joya-e) ส่งท้ายปี 2025 จะมีการมอบแผ่นไม้ขอพร (Ema) ให้ผู้ร่วมงาน 1,000 ท่านแรก และเปิดให้แบ่งกลุ่ม 5-6 คน ร่วมกันตีระฆัง

ข้อมูลการเข้าชม

■ ที่อยู่: 116 Uji Renge, Uji-shi, Kyoto

■ เวลาเข้าชม: เปิดตลอดทั้งปี แต่แตกต่างกันตามสถานที่ (โปรดดูรายละเอียดบนเว็บไซต์)

■ ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 700 เยน (เข้าร่วมพิธีตีระฆังฟรี แต่จะไม่สามารถเข้าชมสวนและหอ Phoenix Hall ได้ในเวลานั้น)

เว็บไซต์ทางการ

3. เกียวโต: วัดเซอิกันจิ (Seigan-ji)


แหล่งที่มาของภาพ

วัดเซอิกันจิสร้างขึ้นในสมัยอะสึกะ (Asuka) เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับสตรีในราชสำนักอย่าง เซโชนะงอน และ อิซูมิ ชิกิบุ ซึ่งได้มาปลงผมออกบวชที่นี่ ปัจจุบันยังเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรด้านศิลปะการแสดง โดยเฉพาะวงการราคุโกะ และมันไซอีกด้วย


แหล่งที่มาของภาพ

ในวันที่ 31 ธันวาคม 2025 เวลา 23.00 น. จะเริ่มแจกบัตรคิว โดยจำกัดเพียง 108 กลุ่ม (กลุ่มละ 3-4 คน) ที่จะได้รับสิทธิ์ขึ้นไปตีระฆัง

ข้อมูลการเข้าชม

■ ที่อยู่: 453 Sakuranomachi, Shinkyogoku-dori Sanjo-sagaru, Nakagyo-ku, Kyoto-shi, Kyoto

■ เวลาเข้าชม: 9.00 น. – 17.00 น.

■ ค่าเข้าชม: ฟรี

เว็บไซต์ทางการ

4. ชิกะ: วัดมิอิเดระ โอสึ (Miidera Onjoji)


แหล่งที่มาของภาพ

ระฆังชื่อดังเจ้าของฉายา “เสียงระฆังยามเย็นแห่งมิอิ” สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1602 บนผิวระฆังมีปุ่มนูน 108 จุด ซึ่งสื่อถึงกิเลส 108 ประการโดยตรง ถือเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร!


แหล่งที่มาของภาพ

ปกติวัดจะตีระฆังทุกเย็น ซึ่งเสียงที่กังวานไพเราะทำให้เป็นที่เลื่องลือ นักท่องเที่ยวสามารถลองตีระฆังได้โดยมีค่าบำรุงวัด 300 เยน

ข้อมูลการเข้าชม

■ ที่อยู่: 246 Onjoji-cho, Otsu-shi, Shiga

■ เวลาเข้าชม: เปิดตลอดทั้งปี 8.00 น. – 17.00 น.

■ ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 600 เยน (โปรดดูรายละเอียดบนเว็บไซต์)

เว็บไซต์ทางการ

5. นารา: วัดโทไดจิ (Todaiji)


แหล่งที่มาของภาพ

วัดโทไดจิ สร้างโดยจักรพรรดิโชมุ ในปี ค.ศ. 728 ด้วยแรงศรัทธามหาศาล ระฆังของที่นี่จึงมีขนาดมหึมา สูง 3.85 เมตร และหนักถึง 26.4 ตัน และจัดเป็นสมบัติประจำชาติเช่นกัน


แหล่งที่มาของภาพ

ในวันที่ 31 ธ.ค. 2025 เวลา 22.30 น. จะเริ่มแจกบัตรคิว (ประมาณ 800 ใบ) เพื่อให้ตีระฆังในช่วงข้ามปี และในวันปีใหม่ (1 ม.ค.) จะเปิดให้เข้าสักการะฟรี พร้อมแจกตราประทับ (Goshuin) และเครื่องรางที่หอนิกัตสึโดะ

ข้อมูลการเข้าชม

■ ที่อยู่: 406-1 Zoshicho, Nara-shi, Nara

■ เวลาเข้าชม: แตกต่างกันตามเดือนและสถานที่ (โปรดดูรายละเอียดบนเว็บไซต์)

■ ค่าเข้าชม: 800 เยน, เด็กประถมศึกษา 400 เยน (โปรดดูรายละเอียดบนเว็บไซต์)

เว็บไซต์ทางการ

6. มิเอะ: วัดสึคันนอนจิ (Tsu Kannon-ji)


แหล่งที่มาของภาพ

ที่นี่เป็นหนึ่งใน “สามวัดคันนอนใหญ่ของญี่ปุ่น” (ร่วมกับวัดอาซากุสะ โตเกียว และวัดโอสึคันนอน นาโกย่า) มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี และเก็บรักษาโบราณวัตถุไว้มากมาย


แหล่งที่มาของภาพ

ในวันที่ 31 ธันวาคม 2025 เวลา 23.30 น. จะเปิดรับบัตรคิวตีระฆัง และมีการจำหน่ายเครื่องรางปีใหม่ด้วย

ข้อมูลการเข้าชม

■ ที่อยู่: 19-23 Marunouchi, Tsu-shi, Mie

■ เวลาเข้าชม: 9.00 น. – 17.00 น.

■ ค่าเข้าชม: ฟรี

เว็บไซต์ทางการ

7. ชิซูโอกะ: วัดชูเซ็นจิ อิซึ (Shuzenji)


แหล่งที่มาของภาพ

ตำนานเล่าว่าวัดนี้สร้างโดย ท่านโคโบ ไดชิ (Kobo Daishi) ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ และยังเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ มินาโมโตะ โนะ โนริโยริ (น้องชายโชกุนโยริโทโมะ) ถูกเนรเทศมากักบริเวณ นอกจากนี้ย่านชูเซ็นจิยังเป็นเมืองน้ำพุร้อนที่นักเขียนชื่อดังในอดีตนิยมมาพักผ่อนอีกด้วย


แหล่งที่มาของภาพ

ในวันที่ 31 ธันวาคม 2025 เวลา 23.00 น. จะแจกบัตรคิวสำหรับตีระฆัง เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ในเมืองออนเซ็นที่เงียบสงบ

ข้อมูลการเข้าชม

■ ที่อยู่: 964 Shuzenji, Izu-shi, Shizuoka

■ เวลาเข้าชม: 5.00 น. – 17.00 น.

■ ค่าเข้าชม: ฟรี

เว็บไซต์ทางการ

เสียงระฆังแต่ละครั้งไม่ได้เป็นเพียงการบอกเวลา แต่คือการนำพาความสงบสุขและขจัดความทุกข์ใจ หากใครมีโอกาสไปญี่ปุ่นช่วงสิ้นปี ลองแวะไปสัมผัสประสบการณ์ “Joya no Kane” หรือการตีระฆังข้ามปีดูสักครั้ง หวังว่าคุณจะได้รับพลังดีๆ กลับไปนะคะ!