รู้จัก “โอมิโซกะ” (Omisoka): เปิดประเพณีวันส่งท้ายปีเก่าของญี่ปุ่น ที่ไม่ได้มีแค่การเคาท์ดาวน์!

| By Git house Git house

รู้จัก “โอมิโซกะ” (Omisoka): เปิดประเพณีวันส่งท้ายปีเก่าของญี่ปุ่น ที่ไม่ได้มีแค่การเคาท์ดาวน์!

สำหรับคนไทย วันที่ 31 ธันวาคม คือค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองและงานเคาท์ดาวน์สุดมันส์ แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว วันนี้เรียกว่า “โอมิโซกะ” (大晦日) ซึ่งเปรียบเสมือนวันสุกดิบที่มีความสำคัญทางจิตวิญญาณ และเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความอบอุ่นในครอบครัว และยังเป็นการเตรียมตัวต้อนรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในปีใหม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกธรรมเนียมปฏิบัติในวันสิ้นปีของญี่ปุ่นกันค่ะ ว่าพวกเขาทำอะไรกันบ้าง?

ความหมายของ “โอมิโซกะ”

หัวใจสำคัญของวันโอมิโซกะคือการเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับ “โทชิงามิซามะ” (Toshigami-sama) หรือเทพเจ้าที่จะมาเยือนแต่ละบ้านในช่วงปีใหม่ (Shogatsu) เพื่อมอบความสุขและความคุ้มครองแก่สมาชิกในครอบครัว ดังนั้นกิจกรรมต่างๆ ในวันนี้จึงทำไปเพื่อต้อนรับเทพเจ้าองค์นี้ค่ะ แล้วการเตรียมตัวเนี่ย ต้องทำอะไรบ้าง?

1. โอโซจิ (Osoji): มหกรรมทำความสะอาดครั้งใหญ่

ก่อนจะถึงวันสิ้นปี ชาวญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ หรือ “โอโซจิ” เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกและต้อนรับเทพเจ้า โดยมักจะทำให้เสร็จสิ้นระหว่างวันที่ 13 – 28 ธันวาคม คนญี่ปุ่นจะไม่ทำความสะอาดหรือเริ่มจัดของมงคลในวันที่ 29 ธันวาคม เพราะเลข 9 ในภาษาญี่ปุ่นพ้องเสียงกับคำว่า “คุ” (苦) ที่แปลว่า “ความทุกข์” และจะไม่ทำในวันที่ 31 ธันวาคม เพราะถือว่าเป็นการเตรียมตัวที่ฉุกละหุกเกินไป ไม่ให้เกียรติเทพเจ้า

2. ประดับของมงคล: คาโดมัตสึ, ชิเมนาวะ และคางามิโมจิ


แหล่งที่มาของภาพ

คาโดมัตสึเป็นการตกแต่งที่วางไว้หน้าประตูบ้าน เพื่อให้ “โทชิงามิซามะ” สามารถหาตำแหน่งของบ้านเจอ โดยปกติจะวางเป็นคู่สองอัน และยังมีคาโดมัตสึเวอร์ชันมินิสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัดด้วย


แหล่งที่มาของภาพ

โชเมนาวะที่มักเห็นบ่อยในศาลเจ้าหรือวัดของญี่ปุ่น จะถูกวางไว้ที่แท่นบูชาหรือทางเข้าบ้าน เป็นสัญลักษณ์ของการชำระล้างและสร้างแนวกั้นศักดิ์สิทธิ์


แหล่งที่มาของภาพ

โมจิก้อนกลมซ้อนกันสองชั้นวางท็อปด้วยส้ม เป็นที่ประทับของเทพเจ้าเมื่อเข้ามาในบ้าน โดยจะวางไว้จนถึงวันที่ 11 มกราคม แล้วจึงทำพิธี “คางามิบิรากิ” (ทุบโมจิ) เพื่อนำมาทำอาหารทานเป็นสิริมงคล

3. โทชิโคชิ โซบะ (Toshikoshi Soba): เมนูข้ามปี

天ぷらそば
แหล่งที่มาของภาพ

ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการทาน “โซบะข้ามปี” เส้นโซบะที่ยาวเหยียดสื่อถึง “การมีอายุยืนยาว” และด้วยความที่เส้นโซบะขาดง่ายกว่าเส้นชนิดอื่น จึงแฝงความหมายว่า “การตัดขาดจากเคราะห์ร้ายและความทุกข์ยากในปีที่ผ่านมา” ให้สิ้นสุดลงที่ปีนี้

4. โทชิ โนะ ยุ (Toshi no Yu): การอาบน้ำข้ามปี

คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการแช่น้ำร้อนในคืนวันสิ้นปีมาก เรียกว่า “โทชิ โนะ ยุ” เพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์หมดจดก่อนเข้าสู่ปีใหม่

เกร็ดน่ารู้: ตรงกันข้ามกับวันสิ้นปี ในวันที่ 1 มกราคม (วันขึ้นปีใหม่) คนญี่ปุ่นบางส่วนจะเลี่ยงการอาบน้ำ ซักผ้า หรือทำงานบ้าน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการ “ชะล้างโชคลาภ” ที่เทพเจ้านำมาให้ออกไป

5. พิธี “โอฮาไร” (O-harae): ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่ศาลเจ้า

大悔日參拜2
แหล่งที่มาของภาพ

ในวันโอมิโซกะ ศาลเจ้าชินโตจะจัดพิธีปัดเป่ารังควานที่เรียกว่า “โอฮาไร” เพื่อขจัดมลทินและบาปที่สะสมมาตลอดครึ่งปีหลัง ศาลเจ้าจะจัดพิธีโออาเระสองครั้งต่อปี ครั้งแรกคือโออาเระช่วงฤดูร้อนในเดือนมิถุนายน ครั้งที่สองคือโออาเระข้ามปี

วิธีร่วมพิธี: ใช้ “คาตาชิโระ” (Katashiro) หรือกระดาษรูปตุ๊กตาคน เขียนชื่อและอายุของตัวเองลงไป จากนั้นนำมาลูบตามร่างกายเพื่อถ่ายโอนสิ่งไม่ดีลงสู่กระดาษ แล้วเป่าลมใส่กระดาษ 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี โดยทางศาลเจ้าจะนำกระดาษเหล่านี้ไปทำพิธีชำระล้างต่อไป

6. โจยะ โนะ คาเนะ (Joya no Kane): เสียงระฆัง 108 ครั้ง


แหล่งที่มาของภาพ

เมื่อใกล้เที่ยงคืน วัดพุทธทั่วญี่ปุ่นจะเริ่มตีระฆังจำนวน 108 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขตามความเชื่อทางพุทธศาสนาที่หมายถึง “กิเลส 108 ประการ” ของมนุษย์ เสียงระฆังแต่ละครั้งคือการเตือนสติและขจัดกิเลสเหล่านั้นให้หมดไป

พระสงฆ์จะเริ่มตีระฆังตั้งแต่ช่วงดึกของวันที่ 31 (ประมาณ 107 ครั้ง) และตีครั้งสุดท้ายที่ 108 ในช่วงวินาทีที่ข้ามเข้าสู่วันที่ 1 มกราคมพอดิบพอดี

ในคืนโอมิโซกะ รถไฟสายหลักในเมืองใหญ่มักจะวิ่งตลอดทั้งคืน ทำให้เราสามารถเดินทางไปร่วมฟังเสียงระฆังได้ บางวัดอนุญาตให้ประชาชนร่วมตีระฆังได้ด้วย แต่ถ้าเป็นวัดดังๆ อาจต้องจองคิวล่วงหน้าค่ะ

■ บทความที่เกี่ยวข้อง:ปี 2025 มาลองสัมผัสประสบการณ์การตีระฆังส่งท้ายปีในญี่ปุ่นกัน! 7 วัดคลาสสิกที่ชาวญี่ปุ่นต้องไปข้ามปี

ถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงสิ้นปี อย่าลืมหาโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศความขลังของ “โอฮาไร” ที่ศาลเจ้า หรือไปยืนฟังเสียงระฆัง “โจยะ โนะ คาเนะ” ที่วัดดูสักครั้งนะคะ รับรองว่าเป็นประสบการณ์ข้ามปีที่สงบและประทับใจไม่ลืมเลยค่ะ!